ข้ออ้าง!!! ดีเอสไอทำคดี “พระธัมมชโย” โดยไม่ชอบธรรม !
ความไม่ชอบธรรมของ DSIในคดี “พระธัมมชโย” ที่ดีเอสไอได้ปฏิบัติต่อพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ต่อสายตาชาวโลก !!!
1. เนื้อหาในคดี 146/2556 ไม่อาจที่จะแยกมาเป็นคดีใหม่ที่ 27/2559 ได้
3. พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ให้นายมโน เลาหวณิช ซึ่งมีความขัดแย้งกับหลวงพ่อมาเข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน ชี้นำวิธีการจัดการกับหลวงพ่อ ทำให้เห็นความไม่น่าไว้วางใจของพนักงานสืบสวนชุดนี้
4. DSI มีคำสั่งขอความร่วมมือเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นคณะกรรมการประสานงานคดีดังกล่าว และมีมติประชุมครั้งที่ 3 อีกในวันที่ 14 มิ.ย. แต่ DSI กลับไม่รอผลการประชุม กลับรีบร้อนรวบรัดอย่างผิดปกติส่งสำนวนไปยังอัยการก่อนในวันที่ 13 มิ.ย. เหตุใด DSI ไม่รอให้ผลการประชุมเสร็จสิ้นก่อน
5. ทำให้ชาวพุทธทั้งหลายขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของ DSI มีพฤติกรรมน่าสงสัยที่ไม่รักษาข้อตกลง และไม่ให้เกียรติการคณะสงฆ์ สนง.พระพุทธศาสนา
7. ศิษย์วัดพระธรรมกาย ตั้งกองทุนเยียวยาสหกรณ์จนครบจำนวน ทางสหกรณ์ได้ทำหนังสือขอบคุณ ไม่ติดใจเอาความทั้งคดีทางแพ่งและอาญา เหตุใด DSI จึงติดใจแทนสหกรณ์
8. การดำเนินคดีกับหลวงพ่อนี้ สร้างผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างใหญ่หลวงในการรับบริจาคของวัดและองค์กรต่างๆ อาจถูกดำเนินคดีรับของโจรและฟอกเงินได้เช่นเดียวกัน
เปิดเผยเส้นทางการเงิน ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
สู่ 6 กลุ่ม รวม 878 ฉบับ วงเงิน 11,367 ล้านบาท
.
พบ วัดพระธรรมกายมีส่วนได้รับบริจาค จำนวน 43 ฉบับ คิดเป็นยอดเงิน 932 ล้านบาท หรือ 8.19% ย้ำ!! ว่าได้รับบริจาคมา มิใช่ยักยอก!!
.
ส่วนอีกกว่า 90% ยังไม่พบว่ามีการสั่งฟ้องหรือเร่งรัดคดีแต่อย่างใด
.
ปล.ตัวเลขเฉพาะที่อยู่ในสำนวนคดีเท่านั้น
อยากให้ DSI ไปเร่งรัดอีก กว่า 90% นะ อันนั้นน่าจะเกิดประโยชน์กับสมาชิกมากกว่า
วัดพระธรรมกายเคารพในกระบวนการยุติธรรม และจะขอความเป็นธรรมจากพนักงานอัยการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป













