Featured

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พระพยอม "ขอโทษ" กรณีข่าว "พระธัมมชโย"

พระพยอม "ขอโทษ"
กรณีข่าว "พระธัมมชโย" 
.........



จากกรณีที่มีหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งลงข่าวพาดหัวว่า "พระพยอม อ่านเกมธัมมชโย แนะตัดเสบียง ส่งทหารปิดล้อม" ชนิดที่ว่าพอเห็นพาดหัวข่าวแล้วไม่ว่าใครก็ต้องตื่นเต้นอยากติดตามอย่างแน่นอน ในเนื้อข่าวก็ดุดันไม่แพ้กัน อาตมาอ่านเองยังตกใจว่าทำไมเราถึงพูดจาดุดันขนาดนั้นเชียวหรือ?
วันถัดมามีสื่อมากมายติดต่อมาสัมภาษณ์อีกว่า พระพยอมโดนธรรมกายฟ้องแล้วนะ อาตมาก็ให้สัมภาษณ์ไปว่า อาตมายอมเป็นสัตว์เล็กที่ติดใยแมงมุมของกฎหมาย เพราะถ้าเป็นสัตว์ใหญ่คงชนตูมจนใยแมงมุมของกฎหมายขาดกระจุย สื่อก็ไปพาดหัวข่าวว่า "พระพยอมลั่นไม่กลัวถูกดำเนินคดีเพราะพูดความจริง"
ถัดมาอีกวัน มีสื่อติดต่อเข้ามาอีกมากกว่าเดิมเพื่อขอสัมภาษณ์ต่อยอดจากเรื่องวันก่อน จนอาตมาชักเริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เราพูดออกสื่อไป สื่อได้สื่อสารตรงตามที่พูดหรือมีข้อเท็จจริงอะไรคลาดเคลื่อนหรือไม่ ทำไมสื่อเริ่มเข้ามาถามคำถามที่เหมือนอาตมากำลังเลือกข้างเข้าไปเหยียบย่ำซ้ำเติมวัดธรรมกายที่กำลังถูกสังคมจับตากรณีพระธัมมชโย?



อาตมากลับมาทบทวนพิจารณาเรื่องข่าวต่างๆที่ออกไป พบว่ามีข้อเท็จจริงบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจน คือกรณีที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ที่มีการพูดจากสื่ออาวุโสชื่อดังบางท่าน หรืออดีตสว.สรรหาบางท่านที่เกาะติดเรื่องวัดธรรมกายมานาน รวมถึงข่าวที่แพร่กันในสังคมออนไลน์ที่ว่าท่านธัมมชโยได้กล่าวถึงหลวงปู่มั่นและท่านพุทธทาสฯว่าไปอยู่ในภพภูมิที่ไม่เหมาะสมหรือเข้าใจง่ายๆว่าได้ไปอยู่ในนรกภูมิ
อาตมาได้ให้ผู้ช่วยช่วยค้นหาข้อเท็จจริงว่าเคยมีเทปหรือคลิปที่ท่านธัมมชโยได้พูดในลักษณะดังกล่าวจริงหรือไม่ ก็ยังไม่สามารถหามาได้ อีกทั้งมีผู้สอบถามไปยังวัดธรรมกายถึงเรื่องการพูดดังกล่าวก็ได้รับการปฏิเสธมาว่าไม่เคยมีการกล่าวร้ายใดๆต่อหลวงปู่มั่น ไม่เคยอวดอุตริว่าไปพบเห็นท่านพุทธทาสฯในนรกภูมิอย่างที่มีการส่งข่าวแชร์ข่าวกันแต่อย่างใด และยังสำทับมาว่าถ้าเป็นเรื่องจริงป่านนี้คงมีคลิปภาพเสียงว่อนกันไปก่อนหน้านี้นานแล้ว

ในเมื่อความจริงดังกล่าวยังไม่ปรากฏชัด ในฐานะอาตมาก็เป็นลูกผู้ชายชาติพระเหมือนกัน อาตมา "ขอโทษ" ต่อกรณีดังกล่าวหากอาตมาได้เข้าใจผิดไป ส่วนเรื่องที่มีข่าวออกมาในทำนองว่าพระพยอมยุให้ทหารล้อมลุยจับอะไรนั่น อาตมาเข้าใจว่าคงลงไม่ตรงกับบรรยากาศที่สัมภาษณ์นัก เพราะข้อเท็จจริงเป็นการตอบคำถามเชิงเปรียบเทียบจากคำถามนักข่าว อาตมาจึงยกตัวอย่างจากการที่ได้รู้จากอดีตนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่งที่เล่าให้ฟังว่าปกติการจับกุมเขาจะเริ่มจากเบาไปหาหนักกันอย่างไรเท่านั้น ซึ่งว่าตามจริงหากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะกระทำอะไรกับพระที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย และเป็นที่เคารพนับถือขนาดนี้ ข่าวที่ออกมาดูจะเว่อร์เอิกเกริกเกินไปด้วยซ้ำ การเจรจาพูดคุยน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดไม่ใช่การใช้กำลังอย่างแน่นอน

แต่ในส่วนอื่นๆในการแสดงความคิดเห็นเช่นการบ้าบุญหลงบุญและชวนให้ทำบุญกันจนเพลียบุญ ถึงขนาดมีบางคนต้องหมดเนื้อหมดตัวกับการทำบุญนั้น อาตมาก็ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่แต่วัดธรรมกายเท่านั้น แต่หมายถึงทุกวัดทุกองค์กร ถ้าทำบุญจนตนเองต้องเดือดร้อนนั้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่สมควร
อีกเรื่องที่อาตมาขอชี้แจงและฝากไว้ก็คือ การจะเกลียดอะไรใครก็เหลือเผื่อมีโอกาสกลับมารักกันดีกันได้อีกบ้าง เช่นเดียวกันถ้าจะรักอะไรใครก็อย่าลุ่มหลงจนหมดใจให้เผื่อใจไว้ผิดหวังกันบ้าง
เรื่องความรู้สึกเคารพนับถือและการออกมาปกป้องครูบาอาจารย์ไม่ว่าศิษย์วัดธรรมกาย ศิษย์หลวงปู่มั่น ศิษย์ท่านพุทธทาสฯ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าก็ต้องมีความรู้สึกหากมีใครมาลบหลู่หรือให้ร้ายในทางเสียหาย แม้แต่อย่างเรื่องคุณทักษิณก็เหมือนกัน มีทั้งคนเกลียดคนรัก ดังนั้นจะเกลียดจะรักก็ต้องเผื่อไว้ในอนาคตด้วย

วันนี้ หากพระพยอมทำให้ใครเป็นทุกข์ "พระพยอมขอโทษ" แต่สำหรับจุดยืนในการปกป้องพระพุทธศาสนานั้น อาตมายังขอสงวนสิทธิ์ที่จะทำหน้าที่ทำนุบำรุงพระศาสนาอย่างถึงที่สุด เจริญพร 
/พระพยอม กัลยาโณ
... 
จากคอลัมน์"สำนัก(ข่าว)พระพยอม
หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ 9 มิ.ย.2559

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ https://goo.gl/Dfp37j

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ชาวคลองสามให้กำลังใจหลวงพ่อ

thankyou ชาวคลองสาม จ.ปทุมธานี รัก และ เคารพหลวงพ่อธัมมชโย ขอร่วมปกป้องพระศาสนา

ข่าวม่วนชื่น ที่นี่เมืองพุทธฯ

วันที่ 29 พ.ค. 2559
นายกฯอบต.คลองสาม และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมมาเป็นกำลังใจถวายแด่หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้ผ่านพ้นข้อกล่าวหาว่าร้าย และภัยจากคนพาล
(7นาที)

https://youtu.be/n8IASmZIXsM


วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

นี่หรือ?? เมืองไทย เมืองพุทธ!!

กลัวคำสั่งจากผู้หญิงคนหนึ่งจนลนลาน !!

"ต้องจัดการให้เสร็จก่อนฉันกลับมา"

จับสึกให้ได้ ไม่ได้เอาติดคุกให้ตายในคุก ไม่ได้จับตาย จึงต้องทำทุกอย่าง ! เจ้าเล่ห์หลอกลวง !



บอกให้หลวงพ่อออกมามอบตัว
บอกถ้ามอบตัวในวันที่ 26 จะให้ประกันตัวแน่นอน

แต่อาตำรวจ 100 นาย ไปซ่อนไว้ พร้อมรถพยาบาลและหมอ
เตรียมจับตัวหลวงพ่อไป อ้างว่าจะเอาไปตรวจ รพ. ธรรมศาตร์

แต่เรารู้นะ กะจะเอาท่านไปเข้าห้องขัง จับสึกให้ได้

ท่านเคยถูกวางยาพิษ เมื่อคราวยอมไปตรวจที่ รพ เมื่อปี 2542 จนปางตาย และป่วยเรื้อรังจนบัดนี้

พระพ่อของเราช่างน่าสงสารมากๆ
อายุตั้ง 72 ปีแล้ว เจ็บป่วยอย่างหนัก
ขาบวมดำ โต เป็นแผลเรื้อรัง
หมอห้ามเดิน ห้ามลุกห้ามนั่ง

เพราะถ้าลื่นเลือดเกิดไหลไปอุดปอด
ท่านจะตายทันที ไม่มีทางรักษา

แต่ ds.i ก็จะเอาท่านไปขังและจับสึกให้ได้
ถึงกับวางแผนหลอกลวงให้ท่านมา
มอบตัว 

และไม่ยอมส่งแพทย์เข้าตรวจท่าน
ในวัดทั้งๆ แพทย์รพ. ตำรวจ ก็มาที่
สภอ.คลองสอง
ที่อยู่ตรงข้ามกับวัดพระธรรมกาย

เห็นเจตนาของ ds.i แล้วว่าจะจับสึก
ท่านให้ได้ ตามคำสั่งของผู้หญิง
ที่เขากลัวมากๆคนหนึ่ง


นี่เมืองไทยเมืองพุทธนะ 
ทำกับพระที่ป่วยหนักอย่างนี้หรือ
คนไทยช่างใจดำเหลือเกิน
เฮฮาส่งเสริมให้เขารังแกพระแก่ชรา
ได้ลงคอ

สื่อก็พากันหนุนปลุกระดมให้คน
เกลียดพระ ฆ่าพระได้ยิ่งดี



โอ้หนอ ประเทศไทย ต้องถึงคราวิบัติในไม่ช้า
กรรมต้องตามสนองคนขั่ว สารเลว
ใจต่ำทรามพวกนี้ ในเร็วๆนี้แน่นอน !!!

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เคลียร์ชัด..ทำไมต้องแพทย์จากเยอรมัน

เคลียร์ชัด..ทำไมเอาแพทย์เยอรมันมาตรวจอาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย??? 

        คณะศิษย์วัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนี รู้สึกเป็นห่วงกรณีที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยได้มาตรวจรักษาพระเทพญาณมหามุนี และออกใบรับรองแพทย์แล้วจะถูกเล่นงานแบบเอาเป็นเอาตายอย่างผิดปกติ จนแพทย์ท่านอื่นๆ กลัวไปหมด 

         จึงได้ขอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี 2 ท่าน เดินทางมาให้ความเห็นในทางวิชาการแก่คณะแพทย์ผู้ตรวจรักษาพระเทพญาณมหามุนี  คือ 



1. ดร.คลอด์ บัวร์ดังค์  อายุ 68 ปี  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสัญญีและการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ 

2. ดร.วอล์ฟฮาท  ฟิชเชอร์  อายุ 67 ปี  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม 

        ซึ่งการมาครั้งนี้ไม่ได้รับสินจ้างรางวัลใดๆ ไม่มีการทำหัตถการหรือเวชกรรมใดๆ เป็นการมาด้วยจิตเมตตาต่อหลวงพ่อธัมมชโยด้วยใจบริสุทธิ์อยากให้หลวงพ่อหายป่วย  โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการตรวจจากแพทย์ไทยผู้ตรวจรักษาหลวงพ่อ และให้ความเห็นเชิงวิชาการ ต่อแพทย์ไทยที่รักษาหลวงพ่อในปัจจุบัน

        "วัดพระธรรมกายและคณะศิษยานุศิษย์" ร่วมด้วย "คุณหมอผู้เชี่ยวชาญ" แถลงอาการอาพาธล่าสุดของ "หลวงพ่อธัมมชโย" 

        วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ณ ห้องสตูดิโอ สถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี 

http://youtu.be/Sjb4cGoUwu0

(ขอบคุณเทปบันทึกภาพจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC)

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หลวงพ่อโดนวางยาพิษ

***  ดิฉันขอเป็นพยานว่าหลวงพ่อโดนยาพิษค่ะ   ***
 ช่วงทีหลวงพ่อธัมมชโยป่วย ปี 2542  ดิฉันเป็นคนพาหมอแมะไปรักษาท่าน ตอนนั้นท่านป่วยด้วยหลอดเสียงอักเสบบวม  และปอดร้อน (คือตามแพทย์จีน ร้อนคืออักเสบ )

   แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมเชื่อว่าท่านป่วยจริง ทางวัดเลยตัดสินใจให้ท่านไปตรวจที่ รพ.แห่งหนึ่งเพื่อพิสูจน์ว่าท่านป่วยจริง

  เข้า รพ. ก็มีสิ่งผิดปกติ จึงรีบพาท่านกลับวัดวันนั้น  กลับวัดคืนนั้น ท่านอาเจียนเป็นเลือดหลายครั้ง เป็นกระโถนเลย

  เช้ารุ่งขึ้น ผู้ประสานงานที่วัด (สมมุติชื่อ b ) ได้โทรมาหาดิฉันตอนตี 5 บอกว่า  พี่ เมื่อคืนหลวงพ่ออาเจียนเป็นเลือดเต็มกระโถนเลย ดิฉันตกใจว่า ทำไม ไม่โทรมาตั้งแต่เมื่อคืน จะได้รีบพาหมอไป  b บอกว่า หลวงพ่อเกรงใจ

  ดูน้ำใจที่มีเมตตาและคุณธรรมในตัวของหลวงพ่อสิคะ  ขนาดท่านป่วยหนัก มาก ท่านยังเกรงใจ ทั้งๆที่ดิฉันก็เข้าวัดมานาน ท่านก็ทราบว่า ดิฉันเคารพศรัทธาในตัวท่านมาก ถ้ารู้ว่าท่านป่วยดึกดื่นแค่ไหนก็จะไปเอายามาถวายท่าน แต่ท่านก็ยังเกรงใจลูกศิษย์

   เช้านั้นหมอแมะแล้ว ก็พูดอย่างมั่นใจว่า ไม่เป็นไร หมอมีสูตรยาจีนของอาจารย์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน  ทานห่อเดียวสามารถหยุดเลือดได้ทันที หลังจากหลวงพ่อฉันยา และไม่อาเจียนเป็นเลือดแล้ว การรักษาต่อมา  ทุกเช้าจะถามหลวงพ่อว่า ถ่ายสีอะไร  เมื่อวานนี้ถ่ายกี่ครั้ง (ท่านจะถ่ายเป็นสีดำ และถ่ายวันละหลายๆครั้ง ) และถามท่านว่า ยิ่งถ่ายก็ยิ่งรู้สึกสบายใช่ไหม ท่านว่าใช่

   หมอบอกว่า หลวงพ่อโดนพิษ  ยาที่ให้ท่านมาหลายวัน  คือยาขับพิษ ท่านยิ่งถ่ายก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้น   (ซึ่งปกติคนยิ่งถ่ายวันละหลายครั้งติดต่อหลายวันก็ต้องเพลียหรือไม่สบาย)

 ***  หลังจากนั้น หมอได้นำเสมหะของหลวงพ่อฝากเพื่อนที่จะไปเมืองจีน ส่งให้เพื่อนหมอที่รพ.ใหญ่ของจีนตรวจวิเคราะห์   ผลคือแพทย์ที่นั่นบอกมาว่า  หมอไทยให้สารชนิดนี้กับคนไข้ได้อย่างไร เพราะจะทำให้เลือดออกจากอวัยวะภายใน ตายได้

 ***      สิ่งที่ผิดสังเกต คือ น้ำเกลือ      ***

 เพราะตอนอยู่รพ.  หลวงพ่อต้องรอถุงน้ำเกลือ นานกว่า 3 ชั่วโมง   แปลกไหมคะ

 หลังจากนั้นก็รักษาท่านที่วัด  แต่ สิ่งที่ท่านมักบอกหมอหลายๆครั้งว่า ท่านปวดสะโพกแถวๆต้นขา  ซึ่งท่านเริ่มมีอาการนี้หลังกลับจาก รพ. สักพัก

  ซึ่ง คาดว่า  นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นเลือดดำอุดตันที่ขาท่าน

    LW ลูกหลวงพ่อ 2528

หมายเหตุ  แพทย์แผนปัจจุบัน ได้ให้ความเเห็นกรณีนี้ว่า การให้สารต่างๆทางสายน้ำเกลือจะเข้าสู่กระแสเลือดทันทีและส่งผลต่ออวัยวะต่างๆอย่างรวดเร็ว

     ภาวะเลือดออกจากอวัยวะภายในพบได้ในคนที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือ "ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด"

เหตุผลที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้รับความเป็นธรรม!

เหตุผลที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้รับความเป็นธรรม!
         พระเทพญาณมหามุนี อุปสมบทมา ๔๗ พรรษา 
ท่านทำความดีมาทั้งชีวิต ปัจจุบันอายุ ๗๒ ปีแล้ว และสุขภาพก็ไม่ค่อยแข็งแรง อยู่ในช่วงปลายของชีวิต  แต่ท่านกลับถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร 

ซึ่งไม่เป็นธรรมกับท่านอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดังนี้



        ๑. เรื่องเกิดขึ้นเพราะนายศุภชัย  ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้ตกเป็นผู้ต้องหาฐานลักทรัพย์นายจ้าง  โดยได้จ่ายเช็คสหกรณ์ฯออกไปยังบุคคลและองค์กรต่างๆ จำนวน ๘๗๘ ฉบับ 

        ซึ่งมีเช็คจำนวน ๑๐ ฉบับ ที่นายศุภชัยได้นำมาทำบุญบริจาคให้พระเทพญาณมหามุนี  ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้เคยมาสอบปากคำเรื่องดังกล่าวกับพระเทพญาณมหามุนีแล้ว และได้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปยังอัยการ ซึ่งทางอัยการได้พิจารณาแล้วไม่สั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี 

        แต่อยู่ๆ กลับมีการตั้งคดีใหม่ขึ้นมาในเรื่องเดิมที่ได้สอบสวนไปแล้ว  และตั้งข้อหาใหม่กับพระเทพญาณมหามุนีว่าสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร  เป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน ขัดกับหลักกฎหมายที่ว่า “กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้”

        ๒. ความผิดข้อหารับของโจรและฟอกเงินนั้น จะเกิดขึ้นได้เมื่อพระเทพญาณมหามุนีมีเจตนาทุจริตสมคบคิดร่วมมือกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ออกมาเพื่อประโยชน์ของตนในทางทุจริต

        แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแย้งกับข้อสมมติฐานนี้โดยสิ้นเชิง เพราะพระเทพญาณมหามุนีรับบริจาคโดยเปิดเผยท่ามกลางประชาชนจำนวนเรือนหมื่นเรือนแสน ตัวท่านเองก็ไม่เคยเห็นเช็คเลย เจ้าหน้าที่การเงินเป็นผู้รวบรวมเงินสดและเช็คที่มีผู้บริจาคไปเข้าธนาคาร และจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างศาสนสถานรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของวัดตามเจตนาของผู้บริจาค ดังที่ได้เคยให้การไว้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว

        ๓. หากพระเทพญาณมหามุนีมีเจตนาทุจริตสมคบร่วมมือกับนายศุภชัยฯนำเงินออกมาจากสหกรณ์ฯแล้ว ก็ย่อมจะต้องพยายามปิดบังซ่อนเร้นการกระทำผิดนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะร่วมมือกันกระทำความผิดโดยสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์ฯในชื่อของพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายตามที่ปรากฏ 

        เพราะหากมีการทุจริตนำเงินออกมาจากสหกรณ์ฯจำนวนมาก สุดท้ายสหกรณ์ก็จะต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง อีกทั้งการสั่งจ่ายเงินด้วยเช็คของสหกรณ์ฯก็จะต้องมีปัญหาแน่นอน และสามารถตรวจสอบเส้นทางของเงินได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ผู้มีเจตนากระทำความผิดร่วมกันฟอกเงินหรือรับของโจรจะกระทำการจ่ายและรับเงินด้วยเช็คเช่นนั้น

        ๔. ยิ่งกว่านั้น ท่านไม่เคยเบิกเงินสดออกจากบัญชีของท่านเลยแม้แต่บาทเดียว เงินที่นายศุภชัยฯบริจาคด้วยเช็คสหกรณ์ฯ ได้โอนผ่านบัญชีไปจ่ายบริษัทก่อสร้างช้ในการก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว ไม่ได้ใช้ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของท่านเลย ซึ่งมีเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบได้ชัดเจนจากผลการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ง. และได้มอบหลักฐานให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว 

        ๕. มีคำถามว่านายศุภชัยฯบริจาคเงินมากอย่างนี้ พระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายไม่สงสัยหรือว่านายศุภชัยนำเงินบริจาคมาจากที่ใด ความเป็นจริงคือนายศุภชัยฯได้บริจาคเงินให้กับวัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณกุศล และหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ทั้งนายศุภชัยฯไม่ใช่ผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของวัดพระธรรมกาย เมื่อนายศุภชัยฯแจ้งว่าประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จจึงนำเงินมาทำบุญ ทางวัดพระธรรมกายจึงไม่ได้สงสัยที่มาของเงินบริจาค จึงรับบริจาคไว้เช่นเดียวกับผู้บริจาครายอื่นๆ  แต่เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น นายศุภชัยฯได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เงินที่นำมาบริจาคทำบุญให้กับวัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีนั้นยืมมาจากสหกรณ์ฯและได้ใช้เงินคืนสหกรณ์ฯครบถ้วนแล้ว 

        ๖. เมื่อเกิดคดีความขึ้น ทางคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อไปจนกว่าจะจบการพิจารณาของศาลจะใช้เวลานาน ทำให้สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์ฯจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีเสียชื่อเสียง จึงได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เต็มจำนวนเงินทั้งหมดที่นายศุภชัยฯได้บริจาคให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี  โดยทำเป็นข้อตกลงในศาลจำนวนเงิน ๖๘๔.๗๘ ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ฯได้รับเงินไปทั้งหมดแล้ว ส่วนเงินที่เหลืออีกจำนวน ๓๗๐.๗๘ ล้านบาท คณะศิษยานุศิษย์ฯได้ตกลงกับสหกรณ์ฯและมอบเช็คให้แก่สหกรณ์ฯได้รับไปเรียบร้อยแล้ว

        หลังจากนั้นสหกรณ์ฯได้ถอนฟ้องพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย และทำหนังสือแสดงเจตจำนงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาแก่พระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายอีก รวมทั้งได้ทำหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีที่มีน้ำใจเยียวยาช่วยเหลือสหกรณ์ฯเต็มจำนวน 

        ดังนั้น  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ทางด้านการเงินจากเงินที่นายศุภชัยฯนำมาบริจาคให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี

        ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดี  ซ้ำยังมีหนังสือขอบคุณ แต่ทางดีเอสไอกลับพยายามตั้งข้อหาจะเอาความผิดกับท่าน  ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

        ๗. เมื่อทางดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้พระเทพญาณมหามุนีไปพบพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙
ทนายความผู้รับมอบอำนาจของพระเทพญาณมหามุนี ได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวน ด้วยเหตุอาพาธโดยมีใบรับรองแพทย์เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. 

        หลังจากพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้ว ได้แจ้งกับทนายเมื่อเวลา ๑๑.๓๐ น. ว่าอนุญาตให้เลื่อนได้ ตกลงกันเป็นวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ทนายความจึงเดินทางกลับ  แต่ราว ๑๓.๓๐ น. ทางพนักงานสอบสวนกลับโทรศัพท์แจ้งมาใหม่ว่า ไม่อนุญาตให้เลื่อนและขอออกหมายจับ โดยไม่มีการให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจหรือหน่วยงานกลางอื่นใด มาตรวจอาการของพระเทพญาณมหามุนีเลยว่าป่วยจริงหรือไม่

        ถามว่า ดีเอสไอรู้ได้อย่างไรว่าหลวงพ่ออาพาธจริงหรือไม่? ดีเอสไออ้างว่าเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ท่านยังร่วมพิธีได้ แต่ในใบรับรองแพทย์ก็ระบุชัดว่าท่านมีอาการป่วยเฉียบพลัน เหตุผลของดีเอสไอฟังไม่ขึ้นเลย สุดท้ายศาลก็สั่งไม่อนุญาตออกหมายจับ!

        ทำไมดีเอสไอจึงเข้มงวดกับพระผู้ใหญ่ที่ทำความดีตลอดชีวิตอย่างนี้ ท่านอาพาธอยู่ที่วัดตลอดทั้งปีไม่เคยออกจากวัดเลยแม้แต่ก้าวเดียว มาพบท่านที่วัดได้ทุกเมื่อ ทำไมต้องออกหมายจับ ท่านป่วยเป็นเส้นเลือดดำใหญ่ที่ขาซ้ายอุดตัน ขาข้างซ้ายใหญ่กว่าขาข้างขวา ๒ เท่าตัว เป็นเบาหวานมีแผลเรื้อรัง และเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรง ดีเอสไอก็เคยเห็นกับตาตัวเอง เมื่อมาพบท่านที่วัดคราวก่อนแล้ว ทำไมจึงมาพบท่านที่วัดไม่ได้ 

ทำไมพนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงเปลี่ยนคำพูด ? 

ตอนแรกบอกว่าให้เลื่อน แล้วกลับเปลี่ยนเป็นไม่ให้เลื่อนแต่ขอออกหมายจับ!

ศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีหลายล้านคนทั่วโลกสะเทือนใจมาก. 

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ชาวพุทธ USA ลุกขึ้นปกป้องพระพุทธศาสนา

       ชาวพุทธ USA กลุ่ม Southern California ลุกขึ้นปกป้องพระพุทธศาสนา 

       เคลื่อนไหวเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้กับพระเทพญาณมหามุนี กรณี DSI ตั้งข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม 



 

        ขณะนี้ชาวพุทธ USA กลุ่ม Southern California ได้เดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้กับพระเทพญาณมหามุนี  (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปทุมธานี ที่สถานทีโทรทัศน์ ABC7 Broadcast Center
500 Circle Seven Drive Glendale, CA 91201 ประเทศสหรัฐอเมริกา 

        ในกรณีที่ DSI กล่าวหาหลวงพ่อธัมมชโยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน ! รวมถึงเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าวโดยด่วน บรรยากาศของการชุมนุม เป็นไปด้วยความสงบและเรียบร้อย 



        โดยกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าว ได้อ้างถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา หากกระบวนการยุติธรรมของไทย ยังไม่ให้ความเป็นธรรมต่อพระเทพญาณมหามุนีอยู่อย่างนี้ เนื่องจากพระเทพญาณมหามุนี เป็นผู้นำกลุ่มชาวพุทธที่อุทิศตน มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ต่อเนื่อง และยาวนาน จนมีสาขามากมายทั่วประเทศไทยและทั่วโลก



        ทางกลุ่มชาวพุทธ USA กลุ่ม Southern California เล็งเห็นว่าการทำร้ายและทำลายพระเทพญาณมหามุนี แท้ที่จริงคือการร้ายและทำลาย พระพุทธศาสนา

        ทางกลุ่มชาวพุทธ USA กลุ่ม Southern California กล่าวว่า หากความ “อยุติธรรม” ยังดำเนินต่อไป สมาชิกกลุ่มชาวพุทธ USA ที่มีอยู่ทุกรัฐทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จะไม่หยุดยั้งที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม และเพื่อปกป้องพระเทพญาณมหามุนีให้ถึงที่สุด



        ซึ่งข่าวดังช่อง 7 ของ southern California ได้ออกอากาศสด ผ่านสื่อมวลชน ถึงการเรียกร้องดังกล่าว...



http://www.youtube.com/watch?v=ba5NCNnsD_A&sns=em
Copyright © 2015 @วัดเอย>>>วัดพระธรรมกาย
| Distributed By Gooyaabi Templates