Featured

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

พระอลุเดนิเย สุโพธิ เถโร กล่าวถึงหลวงพ่อและวัดพระธรรมกาย



พระอลุเดนิเย สุโพธิ เถโร
ที่ปรึกษาและเลขาธิการสถานีวิทยุและโทรทัศน์พระพุทธศาสนา Shraddha TV

เรามาจาก Shraddha TV ศรีลังกา โทรทัศน์และวิทยุสำหรับชาวพุทธแห่งแรกของศรีลังกา ปัจจุบันมีผู้รับชมจำนวนมาก ศรีลังกาเป็นเมืองพุทธ ประชาชนจำนวนมากสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและในรายการ Shraddha TV เราพยายามที่จะสอนพระพุทธศานาที่ถูกต้องแก่พวกเขา ดังนั้นเราจึงเดินทางจากศรีลังกามาประเทศไทย เพื่อร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อธัมมชโย พระมหาเถระซึ่งอุทิศตนทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศไทยและประเทศทั่วโลก เรามาเพื่อช่วยปกป้องท่านและถวายรางวัลอันทรงเกียรติ ด้วยเห็นในความเพียรพยายามเผยแผ่พระธรรมคำสอนในประเทศไทยและทั่วโลก

DMC ภายใต้การนำของหลวงพ่อธัมมชโยนั้น ทำให้ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสามารถ
ขยายในประเทศไทยและประเทศทั่วโลก เรา Shraddha TV และ DMC Channel ได้ทำข้อตกลง
ระหว่าง ๒ สถานีในการแลกเปลี่ยนเนื้อหาธรรมะและอื่น ๆ และในปีที่ผ่านมา เราได้นำรายการจากช่อง DMC ออกอากาศเป็นภาษาสิงหล ซึ่งชาวศรีลังกาหรือแม้แต่เด็ก ๆ ก็รู้จักมูลนิธิธรรมกาย
และช่อง DMCจากการรับชมรายการผ่าน DMC

พวกเราได้เห็นการอุทิศตนที่ยิ่งใหญ่ของหลวงพ่อธัมมชโยและเนื่องในวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิด ๗๒ ปีของท่าน เราได้ถวายรางวัลอันทรงเกียรติแก่ท่านด้วยเห็นในคุณูปการที่ท่านได้กระทำไว้ แม้ว่าท่านจะป่วยและประสบกับปัญหารอบด้าน ท่านก็ยังหยัดยืนในการเผยแผ่งานพระพุทธศาสนา เราประทับใจและชื่นชมเป็นอย่างมาก มีหลาย ๆ ส่วนที่เราได้มีส่วนร่วมในการขยายพระพุทธศาสนาไปทั่วโลก ผ่าน Shraddha TV

เราอยากจะแบ่งเบาภาระของหลวงพ่อธัมมชโย และขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย มีอายุขัยยืนยาวและประสบความสุข ความสำเร็จ ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

พระครูโสภณธรรมบาล (หลวงพ่อธัมมปาโล)

พระครูโสภณธรรมบาล (หลวงพ่อธัมมปาโล)
เจ้าอาวาสวัดศรีศากยสิงห์ ประเทศเนปาล


          อาตมามาจากประเทศเนปาล ประเทศที่พระพุทธองค์ประสูติ แต่พระพุทธศาสนาในเนปาลหายไป ๕๐๐ กว่าปี และเพิ่งฟื้นฟูมาได้ ๘๐ กว่าปีนี้เอง เมื่อ ๕ ปีก่อน ครั้งแรกมากราบหลวงพ่อองค์ใหญ่และหลวงพ่อทัตตชีโวด้วย หลวงพ่อทัตตชีโวท่านแนะนำว่า ประเทศที่พระพุทธองค์ประสูติต้องมีพระสงฆ์เยอะๆ ฉะนั้นต่อไปเราต้องจัดบวชเณรบวชพระตามที่ท่านแนะนำ บวชเณรครั้งแรกเมื่อ ๕ ปีก่อน ๑๑๑ รูป และหลังจากจัดบวชสำเร็จแล้ว ต่อไปมีโครงการบวรเณร ๑,๑๑๒ รูป ทั้งชาวบ้าน อุบาสก และอุบาสิกาเห็นพระเณรทั้ง ๑,๑๑๒ รูปแล้วรู้สึกดีใจ ที่สามารถทำอย่างนี้ได้ก็เพราะวัดพระธรรมกาย เพราะว่าหลวงพ่อพระเทพญาณมหามุนีท่านเมตตา หลวงพ่อพระราชภาวนาจารย์ท่านก็ให้กำลังใจด้วย ต่อไปจะบวชเณรเยอะๆ

          ปีนี้หลวงพ่อพระเทพญาณมหามุนีครบรอบอายุ ๗๒ ปี ท่านเป็นผู้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วโลก ไม่เฉพาะในประเทศไทย เผยแผ่ในประเทศเนปาลและต่างประเทศด้วย เลยมีความรู้สึกดีใจ มีปีติ รู้สึกปลื้มใจที่หลวงพ่ออายุถึงขนาดนี้แล้ว ทั้งๆที่กำลังกายท่านอาจไม่แข็งแรงพอ แต่ท่านต่อสู้เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนามานาน ในวันนี้อยากจะถวายของที่ระลึกจากประเทศเนปาลขออนุโมทนาสาธุ ด้วยบุญบารมีที่อาตมาสร้างไว้ ขอให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อสุขภาพพลานามัยแข็งแรงเพื่อพระพุทธศาสนาต่อไป

มิทิรา จากประเทศบังคลาเทศ ขอความเป็นธรรมกับหลวงพ่อ

ดิฉันชื่อ มิทิรา จากประเทศบังคลาเทศ



          ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานประวัติศาสตร์ที่ถูกจัดขึ้น ณ วัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งคืองานตักบาตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ดิฉันเคยเจอมา และได้ตักบาตรพระจำนวนมาก เนื่องในโอกาสนี้ดิฉันขอขอบคุณพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ได้เสียสละเวลาในการสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อเผยแผ่ธรรมะของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาตลอด 50 กว่าปี ซึ่งทุกผลงานของท่านก็เป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่แค่ในสายตาชาวไทย แต่แผ่ขยายไปทั่วโลก ในฐานะที่ดิฉันเป็นชาวพุทธ ในประเทศบังคลาเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนน้อย ในประเทศมีเพียง 0.6%

          แต่ภายใต้การทำงานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้น ท่านได้เล็งเห็นความสำคัญ และได้สนับสนุนการจัดงาน บรรพชาอุปสมบทหมู่ ในทุกกิจกรรมพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ดำเนินกิจกรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วยังคอยให้คำแนะนำ และกำลังใจแก่พวกเราตลอดมา ซึ่งงานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งงานที่พวกเราประทับใจและถือเป็นงานประวัติศาสตร์ ของโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ทำให้เรารู้สึกภูมิใจที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าท่านจะมีสุขภาพไม่แข็งแรง แต่ท่านไม่เคยคิดถึงตัวเอง กลับนึกถึงงานพระพุทธศาสนามาเป็นอันดับแรก ท่านต้องทำงานหนักทุ่มเทเพื่อส่วนรวม เพราะเหตุนี้เราถึงได้ศรัทธา และเคารพในตัวท่าน

          อยากขอขอบคุณที่ท่านให้โอกาสเราได้มาเป็นส่วนหนึ่งในภาพประวัติศาสตร์ งานตักบาตร 100,000 รูป โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดศีลธรรมกับเยาวชนและทุกๆคนในสังคมด้วย ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อมากๆอีกครั้ง และขออำนวยอวยพรให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุขัยยืนยาวนะเจ้าคะกราบนมัสการค่ะ

Namatsagaan, my name is Mitila from Bangladesh,
I’m happy to be a part of this big event held on the 22 of April, 2016 at Dhammakaya temple. It is the historical event of the largest aim offering I have never participated.

I would like to send my appreciation to the Most Venerable Phra Thepyanmahamuni, the abbot of Dhammakaya temple. Since we have known him, he has been propagating Bhudda’s Dhamma for over 50 years. His work is outstanding not only in Thailand but also known all over the world. As I’m the people of Bangladesh, I would like to say that in our country, we are lucky to viewed mass ordination; it is because of him and his guidance. We consider it to be a very good step because in our country, Buddhists are microscopic amount which have only 0.6% out of the total population.

However, the Most Venerable Phra Thepyanmahamyni is always strive to give us advice of how can we protect Buddhisim or how can we spread Dhamma all over the world. This time, we are surprise and glad to see one large group of monks together receiving aim from lay people at Dhammakaya temple. It was amazing actually. We can say again that it is really a historical event we have never seen in the world. We are so pound to attain this event. We know that the Most Venerable Phra Thepyanmahamuni is suffering from many diseases. He is not physically healthy, though he never thinks about himself; instead, he is all time thinking about Buddhism and the people.

This is why we would like to send our best regard to him and to pay our respect and gratitude to him for inviting us and giving us the opportunity to be a part of this historical event. Thank you for arranging this memorable program that creates the sense of pure joy in our heart. We are all filled with the power of Dhamma and good deeds on that day. The purpose of all his work is to spread the Dhamma of Lord Bhudda and to return the morality back to the world. Last of all, may he be healthy and live a long life.

ที่มา DhammakayaPost

โชรุ โบลูวา ประเทศบังคลาเทศ ขอความเป็นธรรมให้กับหลวงพ่อ

ผมชื่อโชรุ โบลูวา จากประเทศบังคลาเทศครับ



ก่อนอื่นเลย ผมอยากจะส่งความนับถือ 
และซาบซึ้งใจไปยังพระเดชพระคุณ
หลวงพ่อพระธัมมชโย ภิกขุ 
ประธานมูลนิธิธรรมกาย
ท่านทำงานหนัก มาเป็นเวลาถึงห้าสิบปี
โดดเด่นทางการเจริญสัมพันธไมตรี ความทุ่มเท 
และเป็นตัวแทนในการขยายพระพุทธธรรมไปทั่วโลก
ท่านไม่ได้ทำงานหนักในประเทศ
ทางแถบทวีปเอเชียอาคเนย์นี้เท่านั้น
แต่ผลงานของท่านยังมีปรากฏอยู่ 
ไปยังส่วนอื่นๆ ในโลกอีกด้วย
ท่านยังทำงานให้ประเทศบังคลาเทศของพวกเรา 
มีโครงการต่างๆมากมาย 
ทั้งการมอบพระพุทธรูปไปยังที่ต่างๆ 
ทั้งการถวายสังฆทานและงานอื่นๆ
ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา 
ในประเทศบังคลาเทศ รวมไปถึงอินเดีย 
เมียนมาร์ ศรีลังกาและทั่วทั้งโลก
ผมคิดว่ามูลนิธิธรรมกาย 
เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศทางเถรวาท
และของวัฒนธรรมเถรวาทในโลกนี้
วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่รุ่งเรือง 
ในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ผมเห็นว่าวัดพระธรรมกายได้ขยายพระพุทธศาสนา 
ฝ่ายเถรวาทไปทั่วโลก
เป็นความภาคภูมิใจและยิ่งใหญ่อย่างยิ่งสำหรับพวกเรา

ณ ช่วงเวลานี้ พวกเราได้ยินว่า 
มีการกล่าวหาพระเดชพระคุณ
พระธัมมชโย ภิกขุ เกิดขึ้น 
ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เหลวไหลมาก 
แล้วก็ไม่ใช่แค่ไร้สาระเท่านั้น 
มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับพระภิกษุ
ที่จะให้ท่านมาหาว่าทานที่ตนได้รับมานั้น 
มันดีหรือไม่ดีอย่างไร ณ เวลานี้
พวกเราอยากจะวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ 
ผู้มีอำนาจใช้จิตสำนึกอันดีให้ใช้เวลาหน่อย
.
ยิ่งกว่านั้น ผมคิดว่ามูลนิธิธรรมกาย 
จะตอบสนองเรื่องนี้เร็วๆนี้ ณ เวลานี้
ทุกคนต้องพิจารณาถึงสุขภาพของท่าน
หลวงพ่อธัมมชโยท่านมีอายุมากกว่า 72 ปีแล้ว 
ผมคิดว่าเราต้องเอาทุกอย่างมาพิจารณา
นอกจากนั้น ท่านควรจะใช้เวลาในการพักผ่อน 
ในท่าที่เหมาะสม แล้วหลังจากนั้น 
เราก็จะหาความจริงกันได้ 
.
สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา.
.
ผมคิดว่าเราเกิดมาเพื่อละชั่ว ทำดี 
นี่คือพระพุทธศาสนาของพวกเราทุกคน
ขอบคุณทุกท่านครับ 
-----------------------------------------
I am Shoru Boluva from Bangkadesh. First of all, I
would like to convey my regards and gratitude to Phra Dhammajayo Bhikku, the
president of Dhammakaya Foundation. He has been working
hard for 50 years, always great in amity, devotion and delegation for propagating
Buddha Dhamma in all over the world.
He is also working in…not only in Southeast Asian countries or any other part, but he is also working in our
country, Bangladesh; so many projects-- Buddha statue
distribution, also funding a Sangha Dana and more Buddhist propagating events in
Bangladesh, as well as, India, Myanmar, Sri Lanka and all over the world.
I think Dhammakaya foundation is the biggest and largest temple in Theravada
Countries and Theravada tradition in all over the world.
It is a very auspicious temple…auspicious for the
Buddhist propagation of Buddhism. I think Dhammakaya
spreads Theravada Buddhism in all over the world.
It is very proud and great to us.
In this moment, we hear some allegations against Phra Dhammajayo Bhikku. I
think it is very silly. And it is not only silly because it
happens to one Bhikku to find out thing, either good or bad, just
receiving the dana. In this moment, we have appeal to
authorities to have a good intuition to please take time.
Also, I think this foundation will really requite it soon.
And at this moment, everybody has to consider his health condition. He
is more than 72 years old. I think we have to
consider everything. And after that, he should take his
time and in proper resting position. And after that, we
can find out about the real truth.
Sappa Papassa Agarang, Kusalasu Pasampana
I think we are
meant to avoid evil and do the good. This is our Buddhism. Thanks to all
Cr.หลวงพี่ทอง

องค์กรต่างๆ ขอความเป็นธรรมให้กับหลวงพ่อธัมมชโย http://goo.gl/ZnxFRH

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เรียกร้องความเป็นธรรมให้หลวงพ่อ

พระอินทะยานะ เมืองทวาย ประเทศเมียนม่าร์
อาตมาอยากจะพูดถึง2 ประเด็น  คือ    

1. เกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกายในประเทศไทย  และ   
2. เรื่องของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเรื่องแรกอยากจะเล่า  



      คือ วัดพระธรรมกายไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่ในประเทศไทย  
แต่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก และอาตมาเห็นว่าน่าจะเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของโลกด้วยเพราะว่าเป็นวัดที่ได้ รับความยกย่อ สรรเสริญจากนานาประเทศทั่วโลก เป็นวัดที่สุดยอด  เป็นต้นแบบที่ดี และที่สำคัญเป็นวัดที่มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนามาโดยตลอดและจะเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาตลอดไปเป็นต้นแบบ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระพุทธศาสนาทั่วโลก  การมีวัดพระธรรมกายในประเทศไทย   ต้องถือว่าเป็นความน่าอัศจรรย์  เป็นความภาคภูมิใจ และเป็นความโชคดีของชาวไทยอย่างมาก 
ที่มีวัดพระธรรมกายก่อตั้งขึ้นในประเทศนี้


          อาตมาได้มีโอกาสมาวัดพระธรรมกาย  ไม่ใช่แค่เพียงมาเที่ยวเล่น แต่อาตมาได้มาศึกษาธรรมะคำสอน 
ของวัดพระธรรมกาย ได้มาเรียนรู้ศึกษาแก่นแท้
ของวิชชาธรรมกายเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า 

“ถ้าเราไม่เห็นด้วยตา  ไม่ได้สัมผัสด้วยมือ   ก็อย่าไปเชื่อสิ่งที่คนอื่นเขาเล่าต่อๆกันมา  ควรมาสัมผัสด้วยตนเอง”  

ในยุคปัจจุบันที่มีสื่อต่างๆ อาทิเช่น ข่าวออนไลน์  หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต โทรทัศน์เป็นต้น  ควรมีวิจารณญาณในการเสพสื่อเหล่านั้น  บางครั้งสื่อก็นำเสนอข่าวในสิ่งที่ไม่จริง  
ถ้าไปเชื่อในสิ่งที่ไม่จริง  เขาเรียกว่าคนที่ไม่มีปัญญา  
และไม่มีความคิด ไม่รู้จักค้นหาความเป็นจริง อาตมาเองก็ได้ฟังข่าวที่ดีและข่าวไม่ดีของวัดพระธรรมกายจากคนภายนอก บางท่านพูดถึงวัดพระธรรมกายในด้านที่ดี ยกย่องสรรเสริญ  แต่บางท่านก็ไม่ได้ยกย่องสรรเสริญ  แต่ก็ยังไปเล่าในสิ่งที่ไม่จริง บิดเบือน พูดให้ร้ายวัดพระธรรมกายกับบุคคลอื่นๆ  คนที่เคยมาวัด ได้มาสัมผัสว่าวัดดีจริง ก็ไปเล่าในสิ่งดีๆของวัดพระธรรมกาย


         แต่เมื่ออาตมาได้มาสัมผัสกับวัดพระธรรมกายด้วยตนเอง  
วัดพระธรรมกายนั้นอัศจรรย์มาก   เป็นวัดที่พระพุทธศาสนาจะขาดไม่ได้เลย  ไม่มีวัดไหนจะนำมาเปรียบเทียบได้เลย  เป็นวัดที่มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาครบทุกด้าน  แม้แต่รัฐบาลยังไม่สามารถทำแบบนี้ได้เลย  เพราะหลวงพ่อและพระอาจารย์ทุกรูป  ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด   อาตมาคิดว่าสำหรับชาวไทยนั้น การมีวัดพระธรรมกายเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก  และจะทำให้พระพุทธศาสนาในประเทศไทยมีความมั่นคงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปอีก ยาวนานอยากฝากบอกกับชาวไทยทุกคนว่า เพื่อความเจริญรุ่งเรือง  เพื่อความสว่างไสวของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย 

           ชาวไทยต้องช่วยกันปกป้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ดีเพราะอาตมาไม่ได้ไปสถานที่ เพียงที่เดียว  ไม่ได้รู้จักบุคคลเพียงบุคคลเดียว  อาตมาได้รู้จักกับหลายประเทศ  หลายคนแล้ว อาตมาได้เห็นวิสัยทัศน์ทั้งพระและโยมของแต่ละที่ที่ได้เดินทางไป เมื่ออาตมาได้เห็น ได้รับรู้อะไรหลายอย่างแล้ว   สำหรับในประเทศไทยถ้าไม่มีวัดพระธรรมกายแล้ว  พระพุทธศาสนาก็จะไม่ได้เจริญรุ่งเรืองไม่ได้รับการฟื้นฟู และสุดท้ายพระพุทธศาสนาก็จะเสื่อมลงและอาจจะกลายเป็นอดีตเมืองพุทธเหมือน หลายประเทศอาตมาได้มีโอกาสคุยกับพระผู้ใหญ่ในประเทศไทยหลายรูป  ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถ้าไม่มีวัดพระธรรมกายในประเทศไทย  ก็อาจไม่มีพระพุทธศาสนาเหมือนกัน”

         สำหรับคนที่ไม่เคยมาวัดพระธรรมกาย  ท่านต้องเข้ามาสัมผัสด้วยตนเอง ว่าวัดพระธรรมกายทำอะไรบ้าง  จะได้รู้ความเป็นจริง  เพราะไม่มีประเทศใดในโลกจะสามารถทำกิจกรรมงานบุญต่างๆได้ยิ่งใหญ่เหมือนกับ วัดพระธรรมกายได้อีกแล้ว  และจะได้ดู ได้เห็น ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาในประเทศพม่า พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองก็จริง มีพระภิกษุมากก็จริง แต่ไม่สามารถที่จะจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาแบบวัดพระธรรมกายได้เลย  ที่นำพระพุทธศาสนาเผยแผ่ไปทั่วโลกวัดพระธรรมกายมีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไป ทั่วโลกกว่า 80 ประเทศ  วัดพระธรรมกายได้สร้างสันติภาพ  ความสงบสุขให้แก่ชาวโลกและเป็นแสมือนศูนย์กลางเชื่อมต่อชาวพุทธทุกคนพระภิกษุจากประเทศเมียนมาร์ทุกรูปที่ได้มาเรียนรู้ มาสัมผัสกับวัดพระธรรมกายด้วยตนเอง  พอได้มาเห็นแล้ว  ทุกรูปต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  สิ่งที่ได้ทราบมานั้นมันไม่จริงเลย  เมื่อได้มาทราบความจริงแล้วพระสงฆ์จากประเทศเมียนมาร์ทุกรูปต่างชื่นชม  ยกย่อง สรรเสริญวัดพระธรรมกายเป็นอย่างยิ่ง


        หากวัดพระธรรมกายมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น  พระภิกษุทุกรูปจากเมียนมาร์ต่างก็พร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกันปกป้องพระพุทธ ศาสนา และวัดพระธรรมกายกันอย่างเต็มที่เต็มกำลังไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะได้มี โอกาสพบกับหลวงพ่อธัมมชโย  แต่อาตมาได้คุยกับท่าน ได้พบกับท่านบ่อยครั้ง เมื่อได้รู้จักกับหลวงพ่อแล้ว ยิ่งคุย ยิ่งมีความศรัทธาต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย  เพราะท่านรักชาวไทยมาก และรักพระพุทธศาสนามาก หลวงพ่อยังเมตตาพูดอีกว่า พระภิกษุที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดหลวงพ่ออยากจะดูแล  อยากสนับสนุน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้นหลวงพ่ออยากจะดูแล และสนับสนุนพระภิกษุทั่วโลกเลย

        ถ้าเราอยากจะรู้ความคิด วิสัยทัศน์ของบุคคลนั้น เราก็ต้องได้พูดคุย พออาตมาได้คุยกับหลวงพ่อแล้ว  ก็ทราบทันทีว่าหลวงพ่อธัมมชโยท่านมีความเมตตากับชาวไทยและมีความรักในพระ พุทธศาสนาเป็นอย่างมาก  หลวงพ่อท่านก็  “พูดจริง  ทำจริง  ปฏิบัติให้เห็นจริงๆ”สิ่งที่หลวงพ่อสอนลูกๆ ทุกคน เป็นคำสอนที่มีคุณค่ามาก เป็นสิ่งที่น่าปฏิบัติตาม เป็นระเบียบวินัยที่ดีมาก  ไม่มีใครสามารถทำได้อย่างท่าน  ท่านเก่งมาก  ถ้าสมมุตติว่า มีคนมาใส่ร้าย และทำร้ายท่าน ไม่ให้ท่านปฏิบัติภารกิจได้ต่อไป  สำหรับชาวพุทธแล้วเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย และเศร้าสลดใจเป็นอย่างมากเมื่อได้มาสัมผัสกับหลวงพ่อธัมมชโย กับข่าวที่ได้ทราบมานั้น  ช่างแตกต่างกันคนละเรื่องเลย เพราะหลวงพ่อท่านไม่ต้องพูดอะไรมากมาย ท่านมีศีล  สมาธิ ปัญญาครบและสมบูรณ์
       แม้อาตมาเป็นพระเหมือนกัน เมื่อได้เห็นหลวงพ่อธัมมชโยแล้ว ก็เกิดความศรัทธาและเคารพเป็นอย่างสูง  ใครที่ได้มากราบหลวงพ่อ ต่างก็มีความศรัทธาต่อท่าน เพราะท่านมีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา   ทำประโยชน์เพื่อทุกคนชาวโลก  ขนาดพระเมียนมาร์ที่ได้มากราบหลวงพ่อธัมมชโยแล้ว ก็ได้เห็นถึงความมีศีล  สมาธิ และปัญญาของท่าน พระทุกรูปต่างก็ให้ความเคารพและศรัทธาต่อหลวงพ่อท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นบุคคลที่น่าศรัทธา  น่าเคารพ  อาตมาเองก็มีแต่ความบริสุทธิ์ใจและศรัทธาต่อท่านด้วยความเคารพ  หากใครที่ไม่ได้มาใกล้ชิดท่าน ไม่ได้มาวัด ไม่ได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงจากภายในวัด  ได้ทราบแต่ข้อมูลที่ไม่จริงจากสื่อต่างๆ  แล้วมาว่าหลวงพ่อ มาพูด มาว่า  มากล่าวโทษให้คนอื่นไม่ศรัทธาท่าน ถ้าท่านใดพูดแบบนี้ อาตมาดูแล้ว สำหรับเขาเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ เพราะหลวงพ่อท่านมีศีล มีบารมีสูง  สำหรับใครที่ทำแบบนี้ อาตมารู้สึกหนักใจและสงสารพวกเขาเหล่านั้นจริงๆ ถ้าเราจับผิด หรือให้ร้ายกับ ผู้มีศีล ผู้มีบารมีสูง   ผลของกรรมนั้นก็จะหนักนะเรื่องการถวายปัจจัยที่พูดถึงกันอยู่    


         าตมาได้ทราบมายาวนานมากแล้วจากการพูดต่อๆ กันมาจากภายนอก  ทั้งข่าวในโทรทัศน์ สื่อต่างๆ  มีแต่คนบอกว่าอย่าไปวัดพระธรรมกายนะ  วัดไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้  อาตมาได้ฟังมาเยอะ  อาตมาก็ได้อธิบายให้ทุกคนที่มาพูดฟังอย่างชัดเจน ว่าพวกเธอที่ได้เห็น ได้ฟังมา แต่ละเรื่องบางอย่างมันไม่จริง มันคนละเรื่องกันเลย  ถ้าเชื่อไปตามนั้น ก็มีวิบากกรรมกันไป การที่พระรับปัจจัยจากโยม  ในสมัยพระพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ดำริว่าเป็นความผิดทางพระวินัยแต่อย่างไร  และการที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านรับปัจจัยจากญาติโยม ก็ไม่ได้มีความผิดอะไร
          ถ้าเป็นอาตมาเอง ก็รับเช่นเดียวกัน ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะนั่นเป็นศรัทธาและเจตนาของญาติโยมที่จะถวายให้พระ  สิ่งที่ญาติโยมนำมาถวายนั้นจะได้มาด้วยวิธีใดนั้นอาตมาเองก็ไม่ทราบ ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปถามเขา จะไปตรวจสอบก็ไม่ได้    ถ้าเป็นอาตมาเองเมื่อมีคนมาถวายก็ต้องรับเช่นกัน   คนที่มาถวายก็มีจิตศรัทธาที่จะถวายเพื่อพระศาสนา ไม่ได้ถวายเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หลวงพ่อเองก็นำปัจจัยที่ได้จากการถวายมาทั้งหมดไปเพื่อการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนา  แต่บางคนไม่เข้าใจในพระพุทธศานาเลย อาตมาเลยคิดว่า คนที่ไม่เข้าใจตรงนี้  คงจะไม่ใช่ชาวพุทธแน่ๆ  ถ้าเป็นชาวพุทธแท้จะต้องอนุโมทนา สาธุการ ที่เห็นบุคคลผู้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาวัดพระธรรมกายคือ เป็นวัดที่ปฏิบัติจริงๆ  เผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก 


          ถ้าท่านใดมาทำบุญกับสถานที่ที่ปฏิบัติจริง ทำเพื่อพระพุทธศาสนาจริงๆ  ก็จะมีประโยชน์มาก ได้บุญมาก  ถ้าไปทำบุญกับสถานที่ที่ไม่มีปฏิบัติ ปริยัติ ไม่น่าศรัทธาไม่น่าเคารพนับถือ ก็จะไม่ได้บุญเต็มที่ ไม่มีประโยชน์อันใดต่อพระศาสนาเลยถ้ามาทำบุญกับสถานที่แบบวัดพระธรรมกายนี้  ได้บุญอย่างอัศจรรย์จะมีประโยชน์มาก ทั้งพระพุทธศาสนาและกับตัวของเราเอง 
          อาตมาก็ขออนุโมทนา สาธุการชาวเมียนมาร์ทั่วประเทศก็อนุโมทนาบุญกับคนที่มาถวายปัจจัยกับหลวงพ่อ เพราะหลวงพ่อท่านไม่ได้ทำความผิดอะไร ไม่ได้นำปัจจัยไปใช้ส่วนตัวเลย ท่านเองก็ไม่ได้จับปัจจัยด้วยซ้ำ  อาตมาเองก็ไม่เคยจับปัจจัยเช่นกัน ปัจจัยทั้งหมดก็นำไปใช้เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา  หลวงพ่อท่านไม่ได้นำไปเลี้ยงใคร ไม่มีภาระครอบครัวที่จะต้องดูแล อาตมากล้าที่จะยืนยันอย่างชัดเจนอีกเรื่องหนึ่งก็คือวิสัยทัศน์ของหลวงพ่อ ธัมมชโย  คือ  รักพระพุทธศาสนามาก และปฏิบัติทุ่มเทเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  สำหรับหลวงพ่อมีแต่ให้  หลวงพ่อเอาแค่เพียง “บุญ”เท่านั้น

พระอินทะยานะ เมืองทวาย ประเทศเมียนม่าร์  
Ven Aeindanyana, Abbot of Yinggay Meditation Center, Dawei, Myanmar

https://m.youtube.com/watch?index=3&list=PL9c22sJIfhjgeRAqKwp4Grb7SHVqP6A_m&v=B5rGRml50EM

องค์กรต่างๆ เขาก็รู้ว่าหลวงพ่อป่วยขนาดไหน และได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับหลวงพ่อ

จดหมายองค์กรอินเดีย เรียกร้องความเป็นธรรมให้หลวงพ่อ 
ส่งไปสถานกงศุลไทย เมืองมุมไบ cc ประยุทธ



ดร.ฮีโร่ อิโตะ CEO สถาบันพุทธศาสน์ระหว่างประเทศ
กรุงเดลลี ประเทศอินเดีย




         ข้าพเจ้าได้ทราบจากโซเชียลมีเดียว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย กำลังได้รับความทรมานจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก และเนื่องจากว่าข้าพเจ้าเองก็ได้รับความทรมานจากอาการชนิดเดียวกันอยู่ จึงมีความเข้าใจโรคภัยไข้เจ็บชนิดนี้อยู่บ้าง ว่าอาการป่วยไข้ชนิดนี้เปรียบเสมือนระเบิดสำหรับผู้ป่วยทีเดียว 

         ข้าพเจ้าอยากให้รายละเอียดเกี่ยวกับโรคภัยชนิดนี้เพิ่มขึ้นอีกหน่อยว่า สภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นในเลือดของเรา ลึกลงไปในหลอดเลือดดำส่วนลึกของขาด้านซ้าย และดูเหมือนกับว่าถ้าลิ่มเลือดนั้นเคลื่อนตัวออกจากจุดของมันและไหลปนไปกับเลือดแล้ว มันจะไปอยู่ตรงจุดไหนก็ได้อันจะก่อให้เกิดอาการหัวใจวาย  หรือภาวะสมองขาดเลือด หรือต่อมน้ำเหลืองอักเสบ หรือโรคภัยประเภทไหนก็ตามได้ตลอดเวลา 

         ดังนั้นผู้ป่วยที่กำลังทรมานจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกนี้ จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนที่มากขึ้น โดยให้ยกขาขึ้นสูง และควบคุมให้รับประทานอาหารและยาที่เหมาะสม 

         นอกจากนั้น ผู้ป่วยจากโรคชนิดนี้ยังมีความจำเป็นต้องอยู่บนเตียงเกือบตลอดเวลา  เพราะถ้าผู้ป่วยดังกล่าว วิ่งหรือนั่งแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่าลิ่มเลือดจะเคลื่อนออกจากหลอดเลือดดำส่วนลึกเข้าสู่หัวใจ ดังนั้น จึงเป็นการยากที่ผู้ที่มีอายุถึง 72 ปีจะรอดชีวิตจากอาการเจ็บป่วยชนิดนี้ได้ และข้าพเจ้าคิดว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อจำเป็นจะต้องพักผ่อน ทั้งยังเห็นว่าท่านสามารถขออนุญาตลาพักจากคุณหมอได้จนกว่าจะหายดี ซึ่งถ้าพวกเขาไม่เชื่อหลวงพ่อ คุณหมออาจจะทำการวินิจฉัยอาการของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยในกรณีนี้ก็ได้ 

         แล้วผมก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะเข้าไปไกล่เกลี่ยระหว่างประชาคมของวัดพระธรรมกายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ พวกเขาควรคำนึงถึงว่าจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์นี้อย่างไร เราควรจะหาทางแก้ไขกรณีนี้อย่างไรดี เพราะว่าทุกคนล้วนมีสิทธิในการพูด และต้องการสิทธิในการพูดนั้น รวมถึงสิทธิในการปฏิบัติตนอีกด้วย เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องมาถกกัน ทั้งองค์กรธรรมกายและองค์กรพุทธอื่นๆในประเทศไทย 

         เนื่องจากว่านี่เป็นปัญหาภายในประเทศไทย พวกเราซึ่งเป็นประชาคมนานาชาติล้วนมีความหวั่นใจต่อผลของเรื่องนี้อยู่บ้าง ดังนั้น พวกเราจึงขอร้องให้องค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของวัดพระธรรมกายหรือของรัฐบาล หรือของสถาบัน DSI ว่าในกรณีดังกล่าวนี้  ความอดทนและการสืบสวนอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมล้วนมีความจำเป็น  

         ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ปัญหาดังกล่าวจะต้องได้รับการแก้ไขให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยยึดตามหลักวิถีพุทธที่แท้จริง และตามแนวทางสายกลางเพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย  ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขความเจริญเถิด

ดร.ฮีโร่ อิโตะ 
CEO สถาบันพุทธศาสน์ระหว่างประเทศ
กรุงเดลลี ประเทศอินเดีย

Message from Dr. Heero Hito
CEO, International Buddha Education Institute
New Delhi, India

https://youtu.be/9n-Xmj3kPxk

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

ดีเอสไอ! องค์กรในระบบกระบวนการยุติธรรม จริงหรือ ???

  พระเทพญาณมหามุนี ป่วยจริง !     

    ที่ผ่านมาทางวัดพระธรรมกาย พร้อมให้ความร่วมมือกับทางดีเอสไอมาโดยตลอด 

   แต่เนื่องจากหลวงพ่อป่วยมากจึงไม่สามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาได้



    กรณีอาการป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ถูกต้อง ทางดีเอสไอใช้ดุลพินิจปฏิเสธการเลื่อนโดยไม่ตั้งอยู่บนพื้นทางความเป็นจริง

   เพราะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่รับผิดชอบคดีนี้ เคยพบเห็นอาการของหลวงพ่อธัมมชโย และรู้อยู่ว่าอาการป่วยของหลวงพ่อธัมมชโย ไม่สามารถเดินทางไปดีเอสไอได้อย่างแน่นอน 

   การใช้ดุลพินิจของดีเอสไอครั้งนี้ เป็นการใช้กฎหมายละเมิดสิทธิของผู้ป่วยหรือไม่?



ออกหมายจับพระผูัไม่ต่อสู้... รัฐสร้างความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ลุแก่อำนาจ

   การที่ DSI ขอให้ศาลยุติธรรมออกหมายจับ พระเทพญาณมหามุนี ( หลวงพ่อธัมมชโย ) แห่งวัดพระธรรมกาย กรณีขอผัดผ่อนเลื่อนมาให้การในคดีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน ด้วยเหตุผลที่ท่านอาพาธ และมีคำรับรองของแพทย์ว่าอาพาธจริ'

    การออกหมายจับในครั้งนี้ภาครัฐกำลังก้าวพลาดครั้งสำคัญเพราะเป็นการออกหมายจับ ผู้ที่ศาลฯ ยังมิได้พิพากษาว่าเป็นจำเลย
นั่นประการแรก 

     ประการที่สอง ผู้ถูกกล่าวหา มีเหตุผลอันควรที่เจ็บป่วยจริงๆ มิได้เสแสร้ง และมีแพทย์ผู้มีใบประกอบโรคศิลป์ให้คำรับรองว่าท่านอาพาธจริงการไม่เชื่อถือแพทย์ อาจเป็นเหตุผลรองลงไปจากการที่ DSI ที่เป็นตัวแทนภาครัฐ มีธงในใจที่จะต้องการเร่งรัดอะไรบางอย่างหรือไม่ นี่คือการพลาดประการที่สอง



         ประการที่สาม ภาครัฐ ใช้ DSI เป็นหนังหน้าไฟ กระทำการสร้างความขัดแย้งครั้งสำคัญประกาศศึกกับฝ่าย ศาสนจักร อย่าลืมว่า พระธัมมชโย ยังมิได้มีฐานะเป็นจำเลย ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการไต่สวน

         ดังนั้น การไม่ยอมผ่อนปรน โดยอาจเร่งรัดเพื่อหวังผลในใจอย่างไรหรือไม่ ประการใดก็ตาม นับเป็นการ “สร้างความขัดแย้ง" โดยไม่จำเป็น และเป็นการขัดแย้งครั้งสำคัญ ที่ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของชาวพุทธโดยรวม หากไม่นับขั้วการเมือง

        การก้าวพลาด เพียงเพราะลุแก่อำนาจในครั้งนี้ของภาครัฐยังจะนับได้อยู่หรือไม่ว่ากระบวนการสร้างความปรองดองที่มีมาตั้งแต่ต้น ความตั้งใจที่จะกระทำให้บ้านเมืองสงบสุข ตามที่รัฐบาล โดยการนำของ คสช. ป่าวประกาศต่อประชาชน ต่อสังคมโลก จะเป็นจริงหรือไม่

       ขอศาลฯที่เคารพ ได้โปรดตรองดูด้วยหัวใจที่เป็นธรรม ดิฉัน กราบขอความเมตตาแทนศาสนจักรโดยรวม โดยเล็งเห็นถึงความสงบสุขของประเทศชาติเล็งเห็นถึงสิ่งที่จะสูญเสียโดยไม่อาจเรียกคืน นั่นคือ การสูญเสียศรัทธา ที่ประชาชนจะมีต่อภาครัฐ ต่ออาณาจักรของตน อย่างไม่อาจจะเรียกคืนได้อีกต่อไป

ศศินภา นิติธรรมปพน
อดีตคณะกรรมการปฏิรูปแนวทาง และมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่งชาติ
--------------------------------------------------------------

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

บุญ..คือมิตรแท้

...บุญคืออะไรอยู่ที่ไหน...
บุญ คือ พลังงานอย่างหนึ่ง ซึ่งละเอียด ประณีต และทรงพลังอย่างยิ่ง เป็นเครื่องชำระล้างใจให้ใสสะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ห่างไกลจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย น่าเสียดายที่คนทั่วไปมองไม่เห็นบุญ จนบางคนไม่เชื่อว่าบุญมีจริง แต่ผู้ปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมขั้นสูงแล้วสามารถเห็นบุญและบาปได้ ดังที่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ได้กล่าวยืนยันไว้ว่า บุญ บาป มีจริงๆ อยู่ในตัวของเรานี่เอง ดังนี้
“..บุญ เป็นดวงใสๆ ติดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ ..บาป เป็นดวงดำ ติดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์เช่นกัน..”


        แม้เรายังไม่เห็นบุญ แต่เราก็สัมผัสกระแสบุญได้ เช่น เวลาทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา บุญจะหลั่งไหลมาสู่ใจเรา ทำให้เราสบายใจ จิตใจผ่องใส ความรู้สึกเหล่านี้คืออาการของบุญ ซึ่งเปรียบได้กับกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น แต่เวลาเปิดสวิตช์ ก็จะมีกระแสไฟเข้าไปทำให้เครื่องไฟฟ้าทำงานเกิดเป็นแสงสว่างในหลอดไฟ ความเย็นในตู้เย็น หรือความร้อนในเตารีดไฟฟ้า เป็นต้น


        เรื่องกระแสบุญนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เคยตรัสไว้ในปฐมปุญญาภิสันทสูตรว่า เวลาบุญเกิดขึ้นจะมีลักษณะเป็นสายธาร เหมือนท่อธารแห่งบุญไหลไปยังผู้ทำบุญ ดังนี้ “เมื่อภิกษุบริโภคจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัย ของทายกใด แล้วเข้าเจโตสมาธิ(Meditation) ท่อธารบุญกุศล ย่อมไหลไปสู่ทายก (ผู้บริจาคทาน) นับประมาณมิได้ นำสุขมาให้ ให้ผลอันเลิศ มีสุข เป็นวิบาก ดุจแม่น้ำทั้งหลายไหลลงสู่ทะเลฉะนั้น” (มก. ๓๕/๑๗๘)

-------------------------
บุญกิริยาวัตถุ 10
-------------------------
ทางมาแห่งบุญมีถึง 10_ประการ เมื่อเราทำบุญอย่างหนึ่งอย่างใด 10_ประการต่อไปนี้
บุญก็จะบังเกิดขึ้นกับเรา

1.    ทานมัย บุญจากการทำทาน
2.    สีลมัย บุญจากการรักษาศีล
3.    ภาวนามัย บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา
4.    อปจายนมัย บุญเกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมต้น
5.    เวยยาวัจจมัย บุญจากการช่วยเหลือการงานที่ถูกที่ควร
6.    ปัตติทานมัยบุญจากการอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้อื่น
7.    ปัตตานุโมทนามัยบุญจากการอนุโมทนา
8.    ธัมมัสสวนมัยบุญจากการฟังธรรม
9.    ธัมมเทสนามัยบุญจากการแสดงธรรม
10.  ทิฏฐุชุกัมม์ บุญจากการทำความเห็นให้ตรงความเป็นจริง

-------------------------------
มีบุญสำเร็จทุกอย่าง
-------------------------------

        ทุกครั้งที่ทำความดี เช่น ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา จะเกิดกระแสบุญมารวมกันเข้าเป็นดวงบุญ ซึ่งมีอานุภาพดึงดูดสมบัติทั้ง 3_คือ รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ให้เกิดขึ้นกับเราได้


        อานุภาพพบุญนั้นยิ่งใหญ่สุดประมาณ ช่วงไหนเรามีบุญมาก และบุญกำลังส่งผล สมบัติต่างๆ ก็จะหลั่งไหลมาหาเราแต่เมื่อไรเรามีบุญน้อย หรือหมดบุญ สมบัติที่มีอยู่ก็จะค่อยๆลดน้อยลงไป เพราะไม่มีบุญที่จะดึงดูดสมบัติมาได้ดังเดิม และเมื่อเราทำความชั่ว มีความโลภ หรือความตระหนี่เกิดขึ้น ก็จะเกิดกระแสกิเลสขึ้นมาผลักสมบัติทั้ง 3_ให้พลัดพรากจากเราไป



        คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย เคยกล่าวเปรียบเทียบไว้ว่า บุญเปรียบเสมือนน้ำในคลอง บาปเสมือนตอที่อยู่ใต้น้ำ ชีวิตเปรียบเสมือนเรือที่แล่นไปบนน้ำ ถ้ามีบุญมากก็เสมือนน้ำในคลองมาก บาปกุศลที่เปรียบดังตอที่อยู่ใต้น้ำก็ทำอะไรไม่ได้ เรือก็แล่นไปได้อย่างสะดวก เหมือนชีวิตที่ราบรื่นก้าวหน้า ถ้าบุญน้อยก็เสมือนน้ำน้อย ต่อก็ผุดเรือก็ติด จะประกอบธุรกิจการงานใดๆ ก็ติดขัดไปหมด คุณยายท่านยังได้กล่าวไว้อีกด้วยว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กำลังบุญ มีบุญอย่างเดียว อะไรๆก็สำเร็จหมด”



บุญจึงเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จทั้งปวงของมนุษย์ 

----------------------------------------------
ประวัติคุณยายอาจารย์  http://mygrandma01.blogspot.com/2016/03/blog-post.html
Copyright © 2015 @วัดเอย>>>วัดพระธรรมกาย
| Distributed By Gooyaabi Templates