Featured

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

ดีเอสไอ! องค์กรในระบบกระบวนการยุติธรรม จริงหรือ ???

  พระเทพญาณมหามุนี ป่วยจริง !     

    ที่ผ่านมาทางวัดพระธรรมกาย พร้อมให้ความร่วมมือกับทางดีเอสไอมาโดยตลอด 

   แต่เนื่องจากหลวงพ่อป่วยมากจึงไม่สามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาได้



    กรณีอาการป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ถูกต้อง ทางดีเอสไอใช้ดุลพินิจปฏิเสธการเลื่อนโดยไม่ตั้งอยู่บนพื้นทางความเป็นจริง

   เพราะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่รับผิดชอบคดีนี้ เคยพบเห็นอาการของหลวงพ่อธัมมชโย และรู้อยู่ว่าอาการป่วยของหลวงพ่อธัมมชโย ไม่สามารถเดินทางไปดีเอสไอได้อย่างแน่นอน 

   การใช้ดุลพินิจของดีเอสไอครั้งนี้ เป็นการใช้กฎหมายละเมิดสิทธิของผู้ป่วยหรือไม่?



ออกหมายจับพระผูัไม่ต่อสู้... รัฐสร้างความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ลุแก่อำนาจ

   การที่ DSI ขอให้ศาลยุติธรรมออกหมายจับ พระเทพญาณมหามุนี ( หลวงพ่อธัมมชโย ) แห่งวัดพระธรรมกาย กรณีขอผัดผ่อนเลื่อนมาให้การในคดีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน ด้วยเหตุผลที่ท่านอาพาธ และมีคำรับรองของแพทย์ว่าอาพาธจริ'

    การออกหมายจับในครั้งนี้ภาครัฐกำลังก้าวพลาดครั้งสำคัญเพราะเป็นการออกหมายจับ ผู้ที่ศาลฯ ยังมิได้พิพากษาว่าเป็นจำเลย
นั่นประการแรก 

     ประการที่สอง ผู้ถูกกล่าวหา มีเหตุผลอันควรที่เจ็บป่วยจริงๆ มิได้เสแสร้ง และมีแพทย์ผู้มีใบประกอบโรคศิลป์ให้คำรับรองว่าท่านอาพาธจริงการไม่เชื่อถือแพทย์ อาจเป็นเหตุผลรองลงไปจากการที่ DSI ที่เป็นตัวแทนภาครัฐ มีธงในใจที่จะต้องการเร่งรัดอะไรบางอย่างหรือไม่ นี่คือการพลาดประการที่สอง



         ประการที่สาม ภาครัฐ ใช้ DSI เป็นหนังหน้าไฟ กระทำการสร้างความขัดแย้งครั้งสำคัญประกาศศึกกับฝ่าย ศาสนจักร อย่าลืมว่า พระธัมมชโย ยังมิได้มีฐานะเป็นจำเลย ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการไต่สวน

         ดังนั้น การไม่ยอมผ่อนปรน โดยอาจเร่งรัดเพื่อหวังผลในใจอย่างไรหรือไม่ ประการใดก็ตาม นับเป็นการ “สร้างความขัดแย้ง" โดยไม่จำเป็น และเป็นการขัดแย้งครั้งสำคัญ ที่ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของชาวพุทธโดยรวม หากไม่นับขั้วการเมือง

        การก้าวพลาด เพียงเพราะลุแก่อำนาจในครั้งนี้ของภาครัฐยังจะนับได้อยู่หรือไม่ว่ากระบวนการสร้างความปรองดองที่มีมาตั้งแต่ต้น ความตั้งใจที่จะกระทำให้บ้านเมืองสงบสุข ตามที่รัฐบาล โดยการนำของ คสช. ป่าวประกาศต่อประชาชน ต่อสังคมโลก จะเป็นจริงหรือไม่

       ขอศาลฯที่เคารพ ได้โปรดตรองดูด้วยหัวใจที่เป็นธรรม ดิฉัน กราบขอความเมตตาแทนศาสนจักรโดยรวม โดยเล็งเห็นถึงความสงบสุขของประเทศชาติเล็งเห็นถึงสิ่งที่จะสูญเสียโดยไม่อาจเรียกคืน นั่นคือ การสูญเสียศรัทธา ที่ประชาชนจะมีต่อภาครัฐ ต่ออาณาจักรของตน อย่างไม่อาจจะเรียกคืนได้อีกต่อไป

ศศินภา นิติธรรมปพน
อดีตคณะกรรมการปฏิรูปแนวทาง และมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่งชาติ
--------------------------------------------------------------

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

บุญ..คือมิตรแท้

...บุญคืออะไรอยู่ที่ไหน...
บุญ คือ พลังงานอย่างหนึ่ง ซึ่งละเอียด ประณีต และทรงพลังอย่างยิ่ง เป็นเครื่องชำระล้างใจให้ใสสะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ห่างไกลจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย น่าเสียดายที่คนทั่วไปมองไม่เห็นบุญ จนบางคนไม่เชื่อว่าบุญมีจริง แต่ผู้ปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมขั้นสูงแล้วสามารถเห็นบุญและบาปได้ ดังที่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ได้กล่าวยืนยันไว้ว่า บุญ บาป มีจริงๆ อยู่ในตัวของเรานี่เอง ดังนี้
“..บุญ เป็นดวงใสๆ ติดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ ..บาป เป็นดวงดำ ติดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์เช่นกัน..”


        แม้เรายังไม่เห็นบุญ แต่เราก็สัมผัสกระแสบุญได้ เช่น เวลาทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา บุญจะหลั่งไหลมาสู่ใจเรา ทำให้เราสบายใจ จิตใจผ่องใส ความรู้สึกเหล่านี้คืออาการของบุญ ซึ่งเปรียบได้กับกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น แต่เวลาเปิดสวิตช์ ก็จะมีกระแสไฟเข้าไปทำให้เครื่องไฟฟ้าทำงานเกิดเป็นแสงสว่างในหลอดไฟ ความเย็นในตู้เย็น หรือความร้อนในเตารีดไฟฟ้า เป็นต้น


        เรื่องกระแสบุญนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เคยตรัสไว้ในปฐมปุญญาภิสันทสูตรว่า เวลาบุญเกิดขึ้นจะมีลักษณะเป็นสายธาร เหมือนท่อธารแห่งบุญไหลไปยังผู้ทำบุญ ดังนี้ “เมื่อภิกษุบริโภคจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัย ของทายกใด แล้วเข้าเจโตสมาธิ(Meditation) ท่อธารบุญกุศล ย่อมไหลไปสู่ทายก (ผู้บริจาคทาน) นับประมาณมิได้ นำสุขมาให้ ให้ผลอันเลิศ มีสุข เป็นวิบาก ดุจแม่น้ำทั้งหลายไหลลงสู่ทะเลฉะนั้น” (มก. ๓๕/๑๗๘)

-------------------------
บุญกิริยาวัตถุ 10
-------------------------
ทางมาแห่งบุญมีถึง 10_ประการ เมื่อเราทำบุญอย่างหนึ่งอย่างใด 10_ประการต่อไปนี้
บุญก็จะบังเกิดขึ้นกับเรา

1.    ทานมัย บุญจากการทำทาน
2.    สีลมัย บุญจากการรักษาศีล
3.    ภาวนามัย บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา
4.    อปจายนมัย บุญเกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมต้น
5.    เวยยาวัจจมัย บุญจากการช่วยเหลือการงานที่ถูกที่ควร
6.    ปัตติทานมัยบุญจากการอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้อื่น
7.    ปัตตานุโมทนามัยบุญจากการอนุโมทนา
8.    ธัมมัสสวนมัยบุญจากการฟังธรรม
9.    ธัมมเทสนามัยบุญจากการแสดงธรรม
10.  ทิฏฐุชุกัมม์ บุญจากการทำความเห็นให้ตรงความเป็นจริง

-------------------------------
มีบุญสำเร็จทุกอย่าง
-------------------------------

        ทุกครั้งที่ทำความดี เช่น ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา จะเกิดกระแสบุญมารวมกันเข้าเป็นดวงบุญ ซึ่งมีอานุภาพดึงดูดสมบัติทั้ง 3_คือ รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ให้เกิดขึ้นกับเราได้


        อานุภาพพบุญนั้นยิ่งใหญ่สุดประมาณ ช่วงไหนเรามีบุญมาก และบุญกำลังส่งผล สมบัติต่างๆ ก็จะหลั่งไหลมาหาเราแต่เมื่อไรเรามีบุญน้อย หรือหมดบุญ สมบัติที่มีอยู่ก็จะค่อยๆลดน้อยลงไป เพราะไม่มีบุญที่จะดึงดูดสมบัติมาได้ดังเดิม และเมื่อเราทำความชั่ว มีความโลภ หรือความตระหนี่เกิดขึ้น ก็จะเกิดกระแสกิเลสขึ้นมาผลักสมบัติทั้ง 3_ให้พลัดพรากจากเราไป



        คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย เคยกล่าวเปรียบเทียบไว้ว่า บุญเปรียบเสมือนน้ำในคลอง บาปเสมือนตอที่อยู่ใต้น้ำ ชีวิตเปรียบเสมือนเรือที่แล่นไปบนน้ำ ถ้ามีบุญมากก็เสมือนน้ำในคลองมาก บาปกุศลที่เปรียบดังตอที่อยู่ใต้น้ำก็ทำอะไรไม่ได้ เรือก็แล่นไปได้อย่างสะดวก เหมือนชีวิตที่ราบรื่นก้าวหน้า ถ้าบุญน้อยก็เสมือนน้ำน้อย ต่อก็ผุดเรือก็ติด จะประกอบธุรกิจการงานใดๆ ก็ติดขัดไปหมด คุณยายท่านยังได้กล่าวไว้อีกด้วยว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กำลังบุญ มีบุญอย่างเดียว อะไรๆก็สำเร็จหมด”



บุญจึงเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จทั้งปวงของมนุษย์ 

----------------------------------------------
ประวัติคุณยายอาจารย์  http://mygrandma01.blogspot.com/2016/03/blog-post.html

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกาย

ทำไมจึงตั้งชื่อว่า..วัดพระธรรมกาย?
       

       คำว่า “พระธรรมกาย” เป็นกายตรัสรู้ธรรมภายใน  หมายถึง พระพุทธเจ้าภายในตัวของเรา ที่ใช้คำนี้นำมาประดิษฐานเป็นชื่อของวัด  เป็นชื่อของมูลนิธิ เพราะคำว่า “ธรรมกาย” แม้มีอยู่ในตัว  คนรู้ได้ยาก  แล้วก็เกิดขึ้นได้ยากในโลก  ก็อยากจะคงคำนี้เอาไว้


ป้าย “วัดพระธรรมกาย”  หลวงพ่อจึงให้ตอกเสาเข็มลึกลงไป ๒๑ เมตร  ความจริงแล้วป้ายไม่ได้หนักอะไร แต่วัตถุประสงค์เพื่อให้คำนี้อยู่นาน ๆ เผื่อโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญพังไปแล้ว  แต่ป้ายยังอยู่ ใครผ่านไปผ่านมา เห็นป้าย “วัดพระธรรมกาย”  จะได้เฉลียวใจว่า    คำนี้มีความสำคัญอย่างไร  จะได้เกิดการศึกษาเรียนรู้ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร


คุณครูไม่ใหญ่
25 มีนาคม พ.ศ. 2547

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

นักรบต้องเข้มแข็ง

นั ก ร บ ต้ อ ง เ ข้ ม แ ข็ ง

ขอให้ลูกทุกคนตั้งใจฝึกฝนอบรมตนต่อไป 
อย่ากลัวความทุกข์ยากลำบาก
ให้เอาชนะสิ่งที่จะเป็นอุปสรรคให้ได้
ด้วยอำนาจจิตที่เข้มแข็งของเรา
ด้วยเป้าหมาย ปณิธาน และอุดมการณ์อันสูงส่ง
สิ่งใดก็ตามที่จะทำให้เราหวั่นไหว 
หันเหออกนอกเส้นทางที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม
จงเอาชนะมันให้ได้นะลูกนะ
อุปสรรคทั้งหลายไม่เหลือบ่ากว่าแรง
ที่ลูกทุกคนจะเอาชนะได้
ไม่ช้าลูกทุกคนก็จะเป็นผู้ที่มีความเข้มแข็ง
ที่ผู้รู้ทั้งหลายปลื้มปีติยินดี

๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙
พระเทพญาณมหามุนี
(หลวงพ่อธมฺมชโย)

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

การเกิดมาเป็นมนุษย์

การเกิดมาเป็นมนุษย์ ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างมหาศาล แต่การดำรงชีวิตอย่างมนุษย์ผู้มีจิตใจสูงส่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย 

บุคคลใดก็ตามสามารถประคับประคองชีวิตของตนเองให้ไปตามครรลองคลองธรรม บนหนทางแห่งศรัทธาและสัมมาทิฏฐิ หมั่นสั่งสมบุญบารมีและปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิ ภาวนาเป็นประจำ 

บุคคลนั้น ๆ ก็ได้ชื่อว่า เกิดมาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าสมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์ โอกาสทองของการทำความดีเป็นของทุกคน เพราะเราได้อัตภาพของกายมนุษย์ ซึ่งเป็นกายที่เหมาะสมต่อการสร้างบารมี
ได้มากที่สุด 

โลกมนุษย์นี้ เหมือนกับเป็นศูนย์กลางการสร้างบุญและบาป หลวงพ่อขอย้ำตรงนี้เสมอ ๆ ก็เพราะต้องการให้ทุกท่านไม่ประมาท ในการดำเนินชีวิต ยิ่งเราสร้างความดีให้เพิ่มขึ้นกับตัวเองได้มากเพียงใด 

นั่นคือกำไรชีวิตที่จะทำให้เราปลื้มอกปลื้มใจและบุญกุศลก็จะติดตัวไปทุกภพทุกชาติ

ธรรมะเพื่อประชาชน

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะคุณครูไม่ใหญ่

ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์

 วันเวลากำลังหมุนผ่านไปเรื่อย ๆ ทั้งเวลาที่เราหลับ  และเวลาที่เราตื่น  และในขณะที่เวลาผ่านไปนั้น ความเสื่อม และความพลัดพราก จากสิ่งที่รักก็เกิดขึ้นตลอดเวลา

เราจะมีเวลาอยู่ในโลกนี้  อีกไม่นานเท่าไหร่  จึงควรใช้เวลานี้ ให้เป็นประโยชน์  ต่อการสร้างบารมีอย่างเต็มที่ 

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

ถามว่า "เหนื่อยไหม"

ในการที่เราจะชวนเขามาทำความดี
ตอบว่า "เหนื่อย"


     แต่ไม่ว่าจะทำมาค้าขายก็เหนื่อย จะออกกำลังกายเพื่อให้ความแข็งแรงกับตัวเราก็เหนื่อย แปลว่า จะทำอะไรก็เหนื่อย แต่เหนื่อยแล้วมันสุดคุ้ม เหนื่อยแต่มีความสุข
มีหลายคนถามหลวงพ่อว่า  "เหนื่อยไหม" ก็เหนื่อยนะ แต่มีความสุขในการที่จะนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาถ่ายทอดให้ทุกคนได้ฟัง หรือให้ทุกคนได้ทำความดี เพราะฉะนั้นราเกิดมา เราก็ต้องเหนื่อย และก็ต้องเหนื่อยกันทุกวันด้วย  เราหาวิธีเหนื่อยที่มันคุ้ม

15 กรกฎาคม พ.ศ.2550
พระเทพญาณมหามุนี(วิ.)
Copyright © 2015 @วัดเอย>>>วัดพระธรรมกาย
| Distributed By Gooyaabi Templates